ความสำคัญของ “มารูยาน เฟลไลนี่”

หลังจากย้ายเข้าสู่โรงละครแห่งความฝันในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะปี 2014 มารูยาน เฟลไลนี่ กองกลางหัวฟูทีมชาติเบลเยี่ยมด้วยค่าตัว 27.5 ล้านปอนด์ ก็ไม่เคยกลับไปเล่นดีได้เหมือนสมัยที่เขาอยู่กับเอฟเวอร์ตันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถึงแม้ว่าจะเป็นยุคที่เดวิด มอยส์ กุนซือชาวสก็อตแลนด์เข้ามาคุมทีมก็ตาม ซึ่งมอยส์เป็นผู้ปลุกปั้น และรู้วิธีใช้งานตัวเขามากที่สุดในสมัยที่เป็นเจ้านายกับลูกน้องกันในถิ่นกูดิสัน ปาร์คด้วย ก็โชว์ผลงานได้ไม่ดีนัก และมาในยุคของหลุยส์ ฟาน กัล บรมกุนซือชาวดัตช์ก็เช่นกันที่กองกลางจอมโขกรายนี้ไม่ค่อยมีบทบาทกับทีมมากนัก แต่ช่วงฤดูกาลแรกในยุคของอาจารย์หลุยส์ก็ถือว่าพอมีดีบ้างด้วยการช่วยทีมทำถึง 6 ประตูในลีก

จนมาถึงในยุคของโชเซ่ มูรินโญ่ก็เช่นกัน ซึ่งตอนแรกมีข่าวว่ากุนซือชาวโปรตุกีสมีแผนที่จะโละดาวเตะวัย 29 ปีออกจากสโมสรด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น และกองกลางหัวฟูก็เป็นตัวหลักของ “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” ตลอดมา ทั้งการลงสนามเป็นตัวจริงและตัวสำรอง ซึ่งช่วงแรกๆ ก็ยังเล่นได้ไม่เข้าตาแฟนบอล “ปีศาจแดง” นัก แต่จุดพลิกผันมาอยู่ในนัดที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเสมอกับเอฟเวอร์ตัน 1-1 ที่กูดิสัน ปาร์ค ซึ่งเป็นการโดนตามตีเสมอในช่วงท้ายเกม และคนทำฟาวส์ดันเป็นเฟลไลนี่เสียด้วย ซึ่งตอนนั้นเจ้าตัวโดนแฟนบอลจวกยับทางโซเชี่ยล เน็ตเวิร์คอย่างหนัก แต่โชเซ่ มูรินโญ่ กลับซื้อใจลูกน้องผู้นี้อีกครั้งโดยการส่งลงสนามเป็นตัวสำรองในเกมลีก คัพรอบรองชนะเลิศที่พบกับฮัลล์ ซิตี้ ซึ่งเจ้าตัวลงมาโขกทำประตูให้ทีมได้ด้วย นี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้มารูยาน เฟลไลนี่ กลายเป็นลูกรักของมูรินโญ่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ฤดูกาลนี้ก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะเริ่มต้นฤดูกาลด้วยการเป็นตัวสำรอง แต่หากกุนซือชาวโปรตุเกสต้องการเปลี่ยนตัวเมื่อไหร่ กองกลางหัวฟูรายนี้มักจะเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งเสมอ เนื่องด้วยจากเขาสามารถเล่นลูกกลางอากาศได้ดี และเข้าปะทะคู่แข่งได้ นั่นเป็นปัจจัยหลักที่โชเซ่ มูรินโญ่ต้องการจากดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยมรายนี้ และช่วงนี้เขาได้รับส้มหล่นจากอาการบาดเจ็บของปอล ป็อกบา กองกลางคนสำคัญของทีมด้วย ทำให้เขากลายเป็นตัวจริงแทนที่ทันที โดยกลายเป็นอันเดร์ เอร์เรร่า กองกลางขวัญใจของแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่หลุดไปเป็นตัวสำรองแทน